9 ตุลาคม 2569 · 3 นาทีในการอ่าน
สั่งอาหารผ่าน QR โดยไม่ใช้ POS: คู่มือร้านอาหาร
เริ่มรับออเดอร์จากโต๊ะผ่าน QR โดยไม่เชื่อม POS แบ่งหน้าที่พนักงาน รับรายการสั่งเพิ่ม จัดการคำขอบิล และตรวจยอดกับระบบรับเงินเดิมของร้าน
iMango Team

ร้านรับออเดอร์จากโต๊ะผ่าน QR ได้โดยไม่ต้องเชื่อม POS หากมีคนรับผิดชอบดูออเดอร์ที่เข้ามา และพนักงานดูแลแต่ละออเดอร์ตั้งแต่ส่งรายการให้ครัวจนถึงรับชำระเงิน ลูกค้าเลือกอาหารแล้วส่งจาก QR ประจำโต๊ะ ร้านรับรายการในหน้าจัดการออเดอร์ของ iMango ส่วนพนักงานยังดูแลการเตรียมอาหาร การเสิร์ฟ การออกบิล และการรับเงินสดหรือบัตรตามวิธีเดิมของร้าน
เริ่มจากโต๊ะเดียวและซ้อมขั้นตอนบริการให้ครบก่อน คู่มือนี้พาไล่ตั้งแต่ออเดอร์แรก การสั่งเพิ่ม ไปจนถึงปิดออเดอร์ให้พร้อมรับลูกค้ารอบถัดไป หากยังเลือกรูปแบบบริการอยู่ อ่านการเปรียบเทียบเมนู QR กับระบบสั่งอาหารผ่าน QR ก่อน
ทีมพร้อมดูออเดอร์อีกช่องทางหรือไม่
คาเฟ่หรือร้านอาหารขนาดเล็กใช้ระบบสั่งอาหารแยกจาก POS ได้ เมื่อมีพนักงานคอยดูออเดอร์ ส่งให้ครัว และตรวจให้รายการที่บันทึกตอนรับเงินตรงกับอาหารที่เสิร์ฟ ปัญหาจะเกิดเมื่อทุกคนคิดว่ามีคนอื่นดูหน้าจออยู่แล้ว
ก่อนเปิดใช้งาน ให้ตอบสามข้อนี้ให้ชัด:
- ใครดูหน้าออเดอร์ระหว่างบริการ และใครรับช่วงตอนคนนั้นพัก?
- คนดูออเดอร์ส่งรายการใหม่หรือรายการสั่งเพิ่มให้ครัวอย่างไร?
- ใครตรวจยอดรวมทั้งโต๊ะและบันทึกการรับเงินที่จุดชำระเงิน?
หากยังแบ่งหน้าที่ไม่ได้ ใช้เมนูดิจิทัลแบบดูอย่างเดียว ระหว่างเตรียมทีมได้ เมนูที่อ่านง่ายและมีพนักงานรับออเดอร์ยังช่วยร้านได้มาก
ระบบสั่งอาหารผ่าน QR ของ iMango รับออเดอร์ประจำโต๊ะ รายการสั่งเพิ่ม และคำขอบิล แต่ไม่ได้ซิงก์กับ POS พิมพ์ใบสั่งอาหารให้ครัว จัดการหน้าจอครัว แยกบิล หรือรับชำระเงินจากลูกค้า ร้านจึงต้องใช้ขั้นตอนเดิมของครัวและแคชเชียร์ดูแลส่วนเหล่านี้
แบ่งหน้าที่ให้ชัด
ร้านเล็กอาจให้คนเดียวทำหลายหน้าที่ แต่ควรระบุให้ชัดว่าแต่ละงานใครรับผิดชอบ แม้เจ้าของร้านจะเป็นทั้งคนเสิร์ฟและแคชเชียร์เอง
| สิ่งที่ลูกค้าทำ | หน้าที่ของพนักงาน |
|---|---|
| สแกน QR ที่โต๊ะและเลือกอาหาร | ตรวจว่าป้ายตรงกับโต๊ะ และช่วยลูกค้าที่อยากสั่งกับพนักงาน |
| ส่งรายการครั้งแรก | ตรวจออเดอร์ใหม่ อ่านหมายเหตุ ส่งให้ครัว และเปลี่ยนสถานะบริการเป็น In progress |
| ส่งรายการสั่งเพิ่ม | เปิดดูรายการรอบใหม่ ส่งเฉพาะรายการใหม่ให้ครัว และตรวจยอดรวมที่เปลี่ยนไป |
| ขอบิล | ตรวจออเดอร์ทั้งโต๊ะและออกบิลตามขั้นตอนปกติของร้าน |
| ชำระเงินกับร้าน | ตรวจว่าได้รับเงินจริง บันทึกที่จุดชำระเงิน เลือก Paid แล้วเลือก Completed เมื่อบริการเสร็จ |
ตารางนี้เป็นขั้นตอนที่พนักงานต้องทำ การเปลี่ยนสถานะใน iMango ไม่ได้ส่งคำสั่งให้ครัวหรืออัปเดตเครื่องคิดเงิน
ตั้งค่าโต๊ะเดียวก่อนขยายทั้งร้าน
- ตรวจเมนูที่เปิดใช้งาน ทบทวนราคา สถานะพร้อมขาย ตัวเลือกที่ลูกค้าต้องเลือก และภาษาของเมนู ตรวจว่าครัวทำรายการที่แสดงได้จริง
- สร้างชั้นและโต๊ะในหน้าจัดการโต๊ะ ใช้ชื่อเดียวกับที่พนักงานเรียก เช่น “โต๊ะ 4” ตรวจจำนวนโต๊ะที่แพ็กเกจยังให้เพิ่มได้ก่อนสร้างโต๊ะที่เหลือ
- ดาวน์โหลด QR ของโต๊ะนั้น วางป้ายให้ตรงโต๊ะและสแกนป้ายที่พิมพ์จริง ตรวจชื่อโต๊ะในตะกร้าก่อนส่งรายการ
- ตรวจการตั้งค่า เปิดการสั่งอาหารประจำโต๊ะและกำหนดเวลาเปิดของแต่ละวัน ปัจจุบัน iMango ใช้เวลาในกรุงเทพฯ สำหรับตารางนี้ นอกเวลาที่กำหนด ลูกค้าดูเมนูได้ แต่ส่งออเดอร์ใหม่หรือสั่งเพิ่มไม่ได้
- เตรียมอุปกรณ์ของพนักงาน เข้าสู่ระบบ เปิดหน้าจัดการออเดอร์ของร้าน และกำหนดคนดูหน้าจอ หากต้องการ ให้เปิดการแจ้งเตือนผ่านเบราว์เซอร์และเสียงในการตั้งค่าบนอุปกรณ์นั้น การอนุญาตของเบราว์เซอร์และข้อจำกัดการเล่นเสียงมีผลต่อการแจ้งเตือน จึงควรตรวจรายการออเดอร์เป็นระยะด้วย
- ซ้อมบริการให้ครบหนึ่งรอบ ส่งออเดอร์แรก สั่งเพิ่ม และขอบิล ตรวจการส่งรายการให้ครัวและการบันทึกที่จุดชำระเงิน จัดการออเดอร์ซ้อมให้เรียบร้อย โดยบันทึกสถานะการชำระเงินและจบบริการ หรือยกเลิกออเดอร์ตามกรณี แล้วตรวจว่าโต๊ะพร้อมก่อนรับลูกค้า
ต้องใช้ QR ประจำโต๊ะ สำหรับการสั่งอาหาร QR หลักของร้านเปิดเมนูสำหรับดูอย่างเดียว ส่วน QR ของโต๊ะที่พร้อมใช้งานจะแสดงตะกร้าและปุ่มส่งรายการเมื่อเปิดการสั่งอาหารและอยู่ในเวลาเปิดร้าน การปรับหน้าตา QR หลักไม่ได้เปลี่ยนหน้าตา QR ประจำโต๊ะ
ตัวอย่างโต๊ะ 4: สั่งอาหาร เพิ่มกาแฟ แล้วชำระเงิน
ตัวอย่างนี้ใช้สำหรับซ้อมขั้นตอนบริการ ไม่ใช่ผลจากลูกค้าจริงหรือการทดสอบระบบจริง ราคาเป็นตัวอย่างหน่วยบาท ไม่มีส่วนลด ค่าบริการ หรือรายการที่แคชเชียร์เพิ่มแยกต่างหาก
รายการแรก: 270 บาท
ลูกค้าคนหนึ่งสแกน QR ของโต๊ะ 4 ตรวจชื่อโต๊ะในตะกร้า แล้วส่งรายการต่อไปนี้:
| รายการ | วิธีคิดราคา |
|---|---|
| ข้าวกะเพราไก่สองจาน | 2 × 90 บาท = 180 บาท |
| มะนาวโซดาสองแก้ว | 2 × 45 บาท = 90 บาท |
| ยอดรายการรอบแรก | 270 บาท |
เมื่อส่งสำเร็จครั้งแรก ระบบจะสร้างออเดอร์สถานะ Pending คนดูออเดอร์เปิดรายละเอียด ตรวจจำนวนและหมายเหตุ แจ้งครัวว่าต้องเตรียมอะไร แล้วเปลี่ยนสถานะเป็น In progress ใช้เลขออเดอร์นี้เป็นจุดอ้างอิงเมื่อส่งงานต่อ
หน้ารายการที่ส่งแล้วของลูกค้าจะแสดงรายการที่ระบบรับจากเบราว์เซอร์นั้น จึงใช้ตรวจได้ว่าส่งอะไรไปแล้ว ส่วนพนักงานยังต้องตรวจออเดอร์และนำอาหารมาเสิร์ฟ
ลูกค้าอีกคนเพิ่มกาแฟ: ยอดรวม 330 บาท
ลูกค้าอีกคนสแกน QR ของโต๊ะเดียวกันจากมือถืออีกเครื่อง แล้วส่งกาแฟเย็นหนึ่งแก้วราคา 60 บาท หากออเดอร์ของโต๊ะยังเป็น Pending หรือ In progress รายการนี้จะเพิ่มเป็นรอบใหม่ในออเดอร์เดิม
พนักงานเห็นรายการรอบใหม่ในหัวข้อ Added HH:MM โดยใช้เลขออเดอร์เดิม ส่งให้ครัวเตรียม กาแฟหนึ่งแก้ว โดยไม่ส่งอาหารและเครื่องดื่มสี่รายการแรกซ้ำ ยอดรวมทั้งโต๊ะเป็น 270 + 60 = 330 บาท
มือถือแต่ละเครื่องไม่ได้แชร์ตะกร้าที่อัปเดตร่วมกัน ลูกค้าแต่ละคนมีตะกร้าของตนเอง และเห็นเฉพาะรายการที่ส่งสำเร็จจากเบราว์เซอร์ของตน ส่วนพนักงานเห็นออเดอร์รวมทั้งโต๊ะ ควรตกลงกันว่าใครสั่งอะไร เพื่อไม่ให้สองคนส่งอาหารรอบเดียวกันซ้ำ
ลูกค้าคนแรกขอบิล
ลูกค้าเปิด Orders บนเบราว์เซอร์ที่ส่งรายการรอบแรก แล้วเลือก Ready to pay ปุ่มนี้ใช้ได้เมื่อออเดอร์เป็น In progress หรือ Completed ยังไม่ชำระเงิน และร้านยังเปิดการสั่งอาหารอยู่ มือถือที่เพียงเปิด QR แต่ยังไม่ได้ส่งรายการเข้าออเดอร์นั้นสำเร็จจะขอบิลผ่านปุ่มนี้ไม่ได้
พนักงานได้รับสัญญาณและเห็น Ready to pay ในคอลัมน์การชำระเงิน นี่คือคำขอบิล ไม่ใช่การเรียกเก็บเงินจากลูกค้าหรือการยืนยันว่าได้รับเงินแล้ว เมื่อพ้นเวลาเปิดร้าน ระบบจะไม่รับรายการใหม่ แต่ยังให้ขอบิลสำหรับออเดอร์เดิมที่เข้าเงื่อนไขจากอุปกรณ์ที่เคยส่งรายการได้
แคชเชียร์ตรวจออเดอร์โต๊ะ 4 ทั้งหมด รวมกาแฟ แล้วออกบิล 330 บาท หากระบบรับรายการสั่งเพิ่มก่อนชำระเงิน ให้ตรวจยอดอีกครั้ง เพราะรายการใหม่เปลี่ยนยอดบิลและทำให้สัญญาณขอบิลเดิมถูกล้างหรือแทนที่
พนักงานบันทึกการรับเงินและจบบริการ
ลูกค้าชำระเงินด้วยวิธีปกติของร้าน พนักงานตรวจว่าได้รับเงินจริงและบันทึกการขายในเครื่องคิดเงิน POS หรือสมุดเงินสดที่ใช้อยู่ จากนั้นตั้งการชำระเงินเป็น Paid และสถานะบริการเป็น Completed เมื่อจบบริการของโต๊ะนั้น
สองสถานะนี้แยกกัน Paid ล้างสัญญาณขอบิล แต่ไม่ได้เปลี่ยนสถานะบริการ ส่วน Completed จบการบริการของออเดอร์ แต่ยังอาจเป็น Not paid ได้ ในตัวอย่างนี้จบด้วย Completed + Paid เพื่อบันทึกทั้งการจบบริการและการรับเงินก่อนรับลูกค้ารอบถัดไป
เมื่อบริการเสร็จหรือยกเลิกออเดอร์แล้ว การส่งรายการครั้งถัดไปจาก QR เดิมสามารถสร้างออเดอร์ใหม่ได้ โดยใช้ป้าย QR ประจำโต๊ะใบเดิม
ตรวจรายการครัวกับยอดที่จุดชำระเงินให้ตรงกัน
เลือกวิธีส่งงานให้ครัวหนึ่งแบบแล้วใช้กับทุกรอบ เช่น คนดูออเดอร์เขียนชื่อโต๊ะและเลขออเดอร์ iMango ลงในใบสั่งอาหาร เพิ่มเฉพาะรายการที่เพิ่งส่งมา และตรวจเทียบกับหน้าออเดอร์ก่อนส่งใบให้ครัว
ตอนคิดเงิน แคชเชียร์ควร:
- เทียบรายละเอียดออเดอร์ทั้งหมดกับใบสั่งอาหารของครัวและรายการที่ลูกค้าสั่งกับพนักงาน
- ตรวจยอดล่าสุด แทนการใช้ภาพหน้าจอเก่าหรือหน้ารายการที่ส่งแล้วของลูกค้าเพียงคนเดียว
- คิดส่วนลด ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หรือรายการที่รับด้วยวิธีปกติตามขั้นตอนออกบิลเดิมของร้าน
- บันทึกการขายที่จุดชำระเงินเพียงครั้งเดียว และตรวจว่าได้รับเงินก่อนเลือก Paid
- จบการบริการของออเดอร์เมื่อเสร็จ เพื่อให้ลูกค้ารอบถัดไปเริ่มออเดอร์ใหม่
ในตัวอย่างโต๊ะ 4 รายการตรงกันที่ 330 บาท เพราะทุกอย่างส่งผ่าน QR และไม่มีการปรับยอด หากลูกค้าสั่งเพิ่มกับพนักงาน ให้บันทึกในระบบปกติของร้านและอธิบายส่วนต่างจากยอดใน iMango คู่มือนี้ไม่ได้อาศัยปุ่มเพิ่มรายการด้วยมือในหน้าจัดการออเดอร์หรือการส่งข้อมูลเข้า POS อัตโนมัติ
เมื่อจบกะ ตรวจออเดอร์ที่ยังไม่ชำระเงินแยกจากออเดอร์ที่ยังไม่จบบริการ เพราะการตรวจรับเงินกับการเตรียมโต๊ะสำหรับลูกค้ารอบใหม่เป็นคนละงาน
ให้ลูกค้าสั่งกับพนักงานได้เสมอ
พนักงานแนะนำสั้น ๆ ได้ว่า:
“สั่งผ่าน QR ของโต๊ะนี้ได้เลย หรือให้เรารับออเดอร์ให้ก็ได้ ส่วนบิลและการชำระเงินยังทำกับพนักงานเหมือนเดิม”
ถ้าลูกค้าสแกนไม่ได้ อินเทอร์เน็ตหลุด หรืออยากใช้เมนูกระดาษ ให้รับออเดอร์ด้วยวิธีเดิม หากส่งผ่าน QR ไม่สำเร็จ ตรวจว่าออเดอร์เข้าระบบแล้วหรือยัง ก่อนรับรายการเดิมซ้ำ จะได้ไม่เตรียมอาหารสองรอบ
หากทีมต้องหยุดรับรายการดิจิทัลชั่วคราว ให้ปิดการสั่งอาหารประจำโต๊ะในการตั้งค่า ลูกค้ายังดูเมนูได้และสั่งกับพนักงานแทน แจ้งลูกค้าที่นั่งอยู่แล้วว่าจะเรียกพนักงานหรือขอบิลอย่างไร เพราะปุ่มขอบิลต้องใช้ขณะที่ร้านเปิดการสั่งอาหารอยู่
คำถามที่พบบ่อย
รับออเดอร์จากโต๊ะผ่าน QR โดยไม่ใช้ POS ได้ไหม?
ได้ ออเดอร์จาก QR ประจำโต๊ะจะเข้าหน้าจัดการออเดอร์ของ iMango พนักงานส่งรายการให้ครัวและบันทึกการขายในระบบคิดเงินเดิมด้วยตนเอง จึงต้องมีคนรับผิดชอบดูออเดอร์และตรวจยอดให้ตรงกัน
ลูกค้าสั่งอาหารจาก QR หลักของร้านได้ไหม?
ไม่ได้ QR หลักใช้ดูเมนูอย่างเดียว การสั่งอาหารต้องใช้ QR ประจำโต๊ะที่ถูกต้องและพร้อมใช้งาน ร้านต้องเปิดการสั่งอาหาร และลูกค้าต้องส่งรายการภายในเวลาเปิดที่ตั้งไว้
Ready to pay รับชำระเงินให้ร้านหรือไม่?
ไม่รับชำระเงิน ปุ่มนี้แจ้งพนักงานว่าโต๊ะขอบิล ร้านรับเงินตามวิธีเดิม และเลือก Paid หลังตรวจว่าได้รับเงินแล้ว
ลูกค้าทั้งโต๊ะเห็นตะกร้าหรือบิลเดียวกันไหม?
ไม่เห็น เบราว์เซอร์แต่ละเครื่องมีตะกร้าและประวัติรายการที่ส่งแล้วของตนเอง รายการที่ส่งสำเร็จจะรวมในออเดอร์ที่ยังเปิดอยู่ของโต๊ะ ซึ่งพนักงานดูรวมได้ หน้ารายการของลูกค้าไม่ใช่บิลส่วนตัวหรือบิลแยก
ถ้าลูกค้าสั่งเพิ่ม ระบบทำอย่างไร?
เมื่อออเดอร์โต๊ะยังเป็น Pending หรือ In progress การส่งครั้งถัดไปที่สำเร็จจะเพิ่มรายการเป็นรอบใหม่ในเลขออเดอร์เดิมและอัปเดตยอดรวม พนักงานตรวจรอบใหม่นี้แล้วส่งเฉพาะรายการใหม่ให้ครัว
เลือก Paid แล้วโต๊ะพร้อมเริ่มออเดอร์ใหม่เลยไหม?
ยังไม่พร้อม Paid เปลี่ยนเฉพาะสถานะการชำระเงิน พนักงานต้องจบบริการด้วย Completed หรือยกเลิกออเดอร์เมื่อเหมาะสม สถานะ Completed และ Cancelled จะปิดออเดอร์ที่ยังเปิดอยู่ ทำให้การส่งครั้งถัดไปเริ่มออเดอร์ใหม่ได้
ลองครบหนึ่งรอบกับโต๊ะเดียว
ดูขั้นตอนสั่งอาหารประจำโต๊ะของ iMango แล้วเข้าสู่ระบบเพื่อตั้งค่าโต๊ะหนึ่งโต๊ะ ซ้อมกับทีมตั้งแต่ออเดอร์แรกและการสั่งเพิ่ม ไปจนถึงการขอบิล การบันทึกสถานะการชำระเงิน และการจบบริการ เมื่อการส่งงานให้ครัวและการบันทึกที่จุดชำระเงินสอดคล้องกันแล้ว จึงขยายไปโต๊ะอื่น